Angthong Hospital

  • 035 615 111
  • 035 612 151

ประกาศ, ประชาสัมพันธ์, รายงานและบทความ

Thanikul Sriuthis 21 พ.ย. 2556

เอกสารแนบ

ยุคสมัยนี้หากใครไม่มีสมาร์ตโฟนเป็นของตัวเองก็คงจะเชยระเบิด เพราะแม้กระทั่งเด็กตัวเล็กๆ ตาดำๆ ฟันน้ำนมยังไม่ขึ้น ยังมีโอกาสเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่พ่อแม่ควักเงินซื้อให้ โดยหวังว่าจะเป็นเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ที่ทำให้บุตรหลานได้

ประโยชน์จากการเสพเทคโนโลยี แต่ความฮอตฮิตไม่ตกเทรนด์นี้อาจจะเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่เป็นภัยร้ายทำลายสุขภาพของลูกหลานได้ เพราะผลการศึกษาทางการแพทย์แห่งศูนย์การเรียนรู้และบำบัดแห่งมลรัฐแมริแลนด์ เผยว่า เด็กเล็กหรือเด็กที่อยู่ในวัยหัดเดินมีโอกาสที่จะใช้การนิ้วมือไม่ได้ในอนาคต ซึ่งสาเหตุก็มาจากการก้มหน้าก้มตาใช้เวลาหลายชั่วโมงจิ้มไอแพดและสมาร์ตโฟนนั่นเอง

ข้อมูลล่าสุดนี้เป็นสิ่งที่แพทย์กังวลอย่างมาก เพราะนับวันจำนวนเด็กที่นิ้วมือกดบนหน้าจอระบบสัมผัสนั้นยิ่งมากขึ้น นักวิจัย สินเชย์ มาร์โชลี่ เผยว่า ผู้ปกครองที่อนุญาตให้บุตรหลานวันหัดเดินใช้เวลาเล่นแท็บเล็ต สมาร์ตโฟน หรือ คอมพิวเตอร์มากจนเกินไปนั้น โคนนิ้วมือของเด็กอาจฝ่อลีบและอ่อนแรงซึ่งจะเป็นผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

 

สาเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนิ้วและมือของเด็กอ่อนแรงนั้น ทิโมที โดรัน กุมารแพทย์จาก Greater Baltimore Medical Centre ระบุว่า เด็กเล็กที่ใช้มือในการกดหน้าจอระบบสัมผัสนั้น ไม่ได้มีการใช้กล้ามเนื้อของมือในด้านการเขียน ยิ่งหากเด็กคนไหนใช้เวลาขลุกอยู่กับหน้าจอมากกว่าหน้าพ่อแม่วันละ 3-4 ช.ม.ขึ้นไป ก็เตรียมตัวรับอันตรายแฝงจากเทคโนโลยีได้เลย

นอกจากนิ้วมือจะใช้การไม่ได้แล้วยังส่งผลต่ออวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายอีก เช่น ลำคอและหลัง โดยแพทย์เผยว่า การนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน รวมถึงการนั่งใช้แท๊บเล็ตและสมาร์ตโฟนผิดท่านั้น ยังอาจทำให้คอและหลังของเด็กปวดได้เช่นกัน

หากใครไม่อยากให้บุตรหลานได้รับความเสี่ยง คุณหมอชาวอเมริกันก็เตือนว่า ไม่ควรจะนำโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน ไปไว้ในห้องนอนของลูกแม้แต่เครื่องเดียว หรือหากผู้ปกครองคนไหนยังตัดใจไม่ได้ที่จะไม่ให้ลูกรักเล่นมือถือ แพทย์ก็ขอย่นระยะเวลาให้เหลือเพียงวันละไม่เกิน 2 ช.ม.เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังควรสรรหากระดาษและปากกามาให้เด็กๆ ได้ฝึกใช้ เพื่อการสร้างเสริมจิตนาการและการเรียนรู้ทางสมอง อีกทั้งยังเป็นการฝึกกล้ามเนื้อของมือให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

แต่ทางที่ดีที่สุดซึ่งทั้งทีมแพทย์และนักวิจัยลงความเห็นร่วมกันก็คือ การให้เด็กใช้จินตนาการการสร้างสรรค์ในการเขียน หรือไม่ก็ให้เด็กไปเล่นนอกบ้านหัดเข้าสังคมกับเด็กคนอื่นๆ อันจะเป็นทางแก้ปัญหาให้เด็กหลุดพ้นจากอันตรายในโลกยุคใหม่นี้ได้ดีที่สุด

อ้างอิง: http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/article/37705
Generated: 0.0131 seconds