Angthong Hospital

  • 035 615 111
  • 035 612 151

ประกาศ, ประชาสัมพันธ์, รายงานและบทความ

Thanikul Sriuthis 31 ม.ค. 2555

เอกสารแนบ

 

ขึ้นชื่อว่า “บุหรี่” มันก็หาข้อดีไม่ได้อยู่แล้ว และล่าสุดดูเหมือนว่าจะมีบุหรี่ชนิดใหม่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย จนกลายเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นอย่างรวดเร็ว นั่นคือ “บุหรี่กานพลู” หรือที่หลายๆ คนอาจรู้จักในชื่อ บุหรี่การาม บุหรี่กลิ่นผลไม้ กลิ่นหอมต่างๆ ที่ชวนให้ลิ้มลอง แต่คุณรู้หรือไม่ว่านั่นคือ มัจจุราชตัวฉมังเลยทีเดียว...

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ประธานรัฐภาคีกฎหมายบุหรี่โลก องค์การอนามัยโลก 2550-2551 บอกว่า บุหรี่กานพลู เป็นบุหรี่ที่มีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลาหลายปีแล้ว  บุหรี่กานพลูเป็นที่นิยมในประเทศอินโดนีเซีย มีการผลิตและส่งออกจำนวนมาก แตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คือ มีกลิ่นหอมโดยผสมผลไม้ต่างๆ ลงไป โดยมีใบยาสูบร้อยละ 60 มีกานพลูร้อยละ 40 ในส่วนผสม แต่ที่สำคัญคือ ในบุหรี่กานพลูมีสาร eugenol ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ ที่ทันตแพทย์ใช้ในการรักษาฟัน เมื่อสูบเข้าไปแล้วจะทำให้หลอดลมเกิดอาการชา จะไม่สำลักเมื่อเด็กลองสูบในครั้งแรก จึงสามารถสูบควันลึกลงไปในปอดได้ แต่ถ้าเป็นบุหรี่ธรรมดาเด็กจะสำลัก ทำให้โอกาสที่เด็กจะติดบุหรี่กานพลูจึงมีสูง  เมื่อเทียบกับสูบบุหรี่ธรรมดา

“ในปัจจุบันประเทศไทยมีการวางขายบุหรี่กานพลูกันอย่างเปิดเผยโดยไม่มีการจับกุม นั่นยิ่งน่าเป็นห่วงอย่างมาก แถมยังมีกลิ่นหอม รสเย็นชวนให้เด็กและเยาวชนติดกันง่ายๆ  ทั้งนี้ ยังเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกว่า บุหรี่กานพลูถือเป็นอันตรายย่างยิ่ง จนทำให้ประเทศมหาอำนาจ อย่าง สหรัฐอเมริกา ห้ามนำเข้าและจำหน่ายบุหรี่ชนิดนี้อย่างเด็ดขาด” หมอหทัยกล่าว

ด้าน ผศ.ดร.ศรีรัช ลาภใหญ่ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า หลังจากที่ได้ทำการวิจัยโดยทุนจากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการวบคุมยาสูบ (ศจย.) พบว่า บุหรี่กานพลูมีแบรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในตลาดประเทศไทยช่วงปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 60 และเป็นแบรนด์เดียวกับที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งนั่นก็แปลว่าประเทศไทยไม่ได้ล่าช้าไปกว่าประเทศที่เป็นเจ้าของบุหรี่ชนิดนี้เลย นอกจากนี้การกระจายตัวของแหล่งขายยังมีมากขึ้น หาซื้อได้ง่าย ไม่ว่าจะหน้าห้างสรรพสินค้า บนสะพานลอย ใต้สถานีรถไฟฟ้า ตลาดนัด หน้าโรงภาพยนตร์ และที่สำคัญสามารถซื้อได้ตลอดเวลา ไม่จำกัดอายุ ซึ่งถือเป็นภัยอย่างมาก

“เมื่อมีแบรนด์ของบุหรี่กานพลูเกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอด ทำให้ราคาถูกลงกว่าบุหรี่ทั่วไปอย่างมาก เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด มีการแบ่งขาย 3-4 มวน ในราคาเพียง 20 บาท ทำให้กลุ่มวัยรุ่นยิ่งเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เช่น เรื่องของรสชาติที่เติมเข้ามา ทั้ง รสวนิลา บ๊วย  ช็อคโกแลต  และผลไม้ อีกทั้งยังมีลูกเล่นจูงใจ อย่างการใส่ เม็ดมิ้นต์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ดูน่าซื้อ สวย หรู สีสันสดใส เหมือนกล่องลิปสติกทำให้พกพาง่าย แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ คำโฆษณาที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดบนซอง เช่น Mild, light, นิโคตินต่ำและทาร์ต่ำ เพื่อสื่อให้ผู้สูบหลงเชื่อว่าเป็นบุหรี่ปลอดภัย มีพิษภัยน้อยกว่าบุหรี่อื่นๆ แต่ความจริง บุหรี่กานพลู เป็นภัยคุกคามใกล้ตัว ที่ควรถูกควบคุมโดยเร่งด่วนและควรเร่งรณรงค์สื่อสารให้วัยรุ่นได้ทราบว่า บุหรี่กานพลูมีพิษภัยเทียบเท่าบุหรี่ทั่วๆ ไป” ผศ.ดร.ศรีรัช กล่าว

ด้านนางสาวอุทุมพร รำจวนจร นักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต หนึ่งในตัวแทนเยาวชน บอกกับเราว่า บุหรี่กานพลูเป็นบุหรี่ที่เตะตาวัยรุ่น เนื่องจากการออกแบบกล่องที่สวย ทันสมัย สีของมวนบุหรี่ที่ดูหรู แต่ในฐานะที่เราเป็นนักศึกษาเป็นเยาวชน เรามีความรู้ ความสามารถจึงจำเป็นต้องเลือกว่าสิ่งไหนดี  สิ่งไหนไม่ดี สิ่งไหนถูกหรือสิ่งไหนผิด เมื่อทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่า บุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี ให้โทษ  ต่อให้จะมีผลิตภัณฑ์ใหม่แค่ไหน แต่ถ้าขึ้นชื่อว่าบุหรี่จะต่อท้ายด้วยอะไรก็อย่าไปยุ่งน่าจะดีต่อตนเองที่สุด

“ความรู้สึกตอนแรกที่เห็น ก็คิดว่ามันสวย หรูและคงไม่ต่างอะไรจากบุหรี่ทั่วไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันมีโทษมากกว่าเพราะมันเข้าถึงง่าย ซื้อง่ายไม่จำกัดอายุ  จึงอยากอยากฝากถึงเพื่อนๆ น้องๆ ทุกคน อย่าเข้าไปยุ่งกับมันเลย เพราะบุหรี่มีแต่โทษกับโทษ อย่าไปตกเป็นทาสมันน่าจะดีที่สุดนะคะ” น้องอุทุมพรบอก

บุหรี่ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด ก็ยังคงเป็นพิษ เป็นภัยต่อสังคมอยู่ดี เมื่อรู้อยู่แล้วว่า “บุหรี่” มันมีแต่โทษกับโทษ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ประเภทใด รูปแบบใด สุดท้ายก็ตายเท่ากัน

อ้างอิง: http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/special_report/26594
Generated: 0.0036 seconds